Favourites

ฉันในฉัน

posted on 21 Aug 2009 23:38 by glinfang  in Favourites

เธอนำบทกวีมาให้

 

สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เร้นลับ ซ่อนอยู่

หลายครั้งที่เผยออกมา

เพื่อได้รับการโอบกอดและอภัยโทษ

หลายครั้งที่เผลอตัวออกมา

เพราะต้องการ แค่ เผย

 

เธอผู้นั้นเองที่เป็นเจ้าของบทกวี

บทร่ายรำแห่งท้องทุ่งและคลื่นทะเลซัด

เธอไม่เคยโกหกความรู้สึก

เธอมีชีวิต นำพาผู้คนสู่ห้วงสรรพดนตรี

 

ลมหายใจของเธอ คือ ผู้คน

 

เธอนำบทกวีมาให้

เหมือนหญิงสาวยื่นช่อดอกไม้ให้ชายหนุ่ม

ด้วยยิ้มละไมและความหวัง

ภาพวาดในดวงจิต และความคิดในสมอง

 

เธอนำบทกวีมาให้

ครั้นเมื่อไม่สมหวังดั่งใจ

เธอร่ำไห้และกรีดร้องเมื่อเจ็บปวด

น้ำตาของเธอคือร่างกายนั้นที่ ละลาย

แม้ว่าเธอจะพยายาม แล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

เธอมักถ่ายทอดเรื่องราวให้กับฉัน

เธอต้องการให้คนต่างๆนั้นหันมามอง

และไม่ทำร้ายหรือตัดสิน

ไม่กล่าวหาผลักไสเธอออกไปจากพวกเขา

เธอแค่ต้องการ การมองเห็น และยอมรับ

 

ฉันรักเธอ

เธอผู้นำพา เสียงกู่ร้อง ที่สัจจริงมาให้

ฉันจะไม่ลืมและนำเธอไปทุกๆแห่งที่ฉันไป

 

ที่รักของฉัน

 

โปรดเถอะ

posted on 04 Aug 2009 12:25 by glinfang  in Favourites

 

 

หอมโรยรินกลิ่นกาแฟ 

กับบทเพลง โปรดเถอะ และก้อนหินละเมอ

ของ รัดเกล้าที่เผลอแป๊บ เดียวก็กลายเป็นเพลงเก่าไปแล้ว

 

เท่าที่จำได้ฉันกลับมานั่งอยู่กับตัวเองอีกครั้ง ก็เมื่อตอนที่ได้ลิ้มรสหวานกลมกล่อมของกาแฟ

ฉันเองไม่ค่อยชอบกินของหวานหรืออาหารที่ใส่น้ำตาลเลย แต่ถ้าเป็นกาแฟ

กาแฟของฉันต้องใส่น้ำตาลเท่านั้น

ฉันกินกาแฟไม่ได้ถ้าไม่ใส่น้ำตาล

 

คงเหมือนความรักกระมัง

คงยากที่จะข้ามพ้นความต้องการ พันธนาการ หรือ อะไรหลายอย่าง

ความจริงคนกินกาแฟไม่ใส่น้ำตาลเยอะแยะไป

ทำไมฉันต้องติดใส่น้ำตาลหละ

 

บางทีฉันก็อยากจะขอร้อง  เธอ

ได้ให้ความหวานกับกาแฟถ้วยนี้ 

และฉันก็จะหยิบแก้ว กาแฟ ช้อนคันเล็ก

มาคนให้มันรวมกัน

 

ตัวตนของฉันนั้นมันแสนซับซ้อน

ยากเหลือเกินที่จะฝึกฝืน เพื่อนให้เห็นมุมมองที่สว่างขึ้น

ฉันยังคงเชื่อ เรื่อง ความรักที่แท้ ไร้เงื่อนไข

แต่ ความเศร้า ไม่เคยถูกดัดเปลี่ยนให้เป็นอื่น

ฉันเองคงต้องหยุดนิ่งอยู่กับตัวเอง

 

และดื่มกาแฟดำถ้วยนี้ อย่างละเอียดอ่อน

เผื่อฉันจะเข้าใจอะไรได้ดีขึ้น

 

อืมมห์...

 

กาแฟไม่ใส่น้ำ้ตาล

ก็หอมดีอยู่หรอก

 

Sufi spining

posted on 10 May 2009 16:42 by glinfang  in Favourites

 

 

โลกหมุน

เราหมุน

 

ยาลาลุดดิน รูมี่ คือ มนุษย์ จำพวก ซูฟี ในศรรตวรรษที่ 13 บ้านเกิดอยู่ที่อัฟกานิสถาน นิยมชมชอบการเต้นรำ แบบ หมุนวน  หรือที่เรียกว่า Dervis,    เมื่อเขาเต้นรำหมุนวน หมุนติ้ว .. จนสลบลง เขาพรรณา และมีคนบันทึกสิ่งที่ออกมานั่น

 

ณ ที่ที่ไกลแสนไกล 

 มีทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง

เป็นที่ที่ปราศจากความ ถูก ผิด

ฉันจะไปเจอเธอที่นั่น ..

 

ในโลกกลมๆ วงจร ไหลเวียนไปธาตุต่างๆหลอมรวมกันเป็นมนุษย์ ความหลากหลายแตกต่างทางชีวภาพ สร้างความงดงามแก่โลก เกิดสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น และดับ และเกิดใหม่ และดับ  มีเพียงคนเท่านั่นที่ใช้สมองเล็กๆตัดสินว่าอะไร ผิด ถูก

ถ้าเราเฝ้าดูการอุบัติของความจริง  ดื่มด่ำในความสุข ทุกข์ น้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะเห็นคำพิพากษา หรือ คำตัดตัดสิน ที่มีความโหดร้ายเหลือเกิน เป็นเสมือนดาบ ที่ฟาดฟัน กันและกัน ตอกย้ำความกลัว การ disconnect ความเหงา ให้กับผู้คน ที่น่าเศร้าที่สุดอาจจะเป็นการ มอบการตัดสินนั้นเราให้แก่คนที่เรารัก  

ถ้าเปรียบ มนุษย์ และ โลก เป็น มณฑลแห่งพลัง   จะทำอย่างไร เพื่อหล่อเลี้ยงพลังชีวิตที่เป็นสุข งดงาม  และทำอย่างไรจะไม่สานต่อ พลังที่สร้างความทุกข์ แม้ว่าเราจะเคยชินที่จะทำมัน หากเปรียบเทียบในทางพทุธศาสนา เราก็มีกรรมเดิมที่เราเคยทำมาแล้ว คอยควบคุมเราอยู่ และมีกรรมที่เราจะสร้างขึ้นใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับทนุษย์ที่จะรู้เท่าทัน ตัวของตัวเองมากน้อยแค่ไหน

รากเง้า และบรรพบุรุษ สานต่อมาทั้งทาง กายภาพ และ จิตใจ เราสานต่อทั้งความงดงาม ภูมิปัญญา รูปร่างหน้าตา ความเขลา  ๆลๆ เมล็ดพันธ์ต่างๆ ทั้งที่เกิดจาก การกระทำที่ "ตื่น" รู้ตัว และการกระทำที่มาจากการ "ไม่รู้ตัว" ที่ฉันเองก็เคยชินกับมัน และเป็นบ่อย พ่อแม่หลายคน ทำกับลูกดั่งที่ตนเคยถูกกระทำมา  เรามีข้ออ้างในการสานต่อกิจกรรมอันหม่นหมองให้แก่กัน

 

ไม่มีสิ่งใดแยกออกจากกัน จากฉันและเธอ  จากฝรั่งหรือคนดำ การถือศาสนา หรือรสนิยมการกิน ทุกอย่างคือการเป็นเช่นนั่นของมัน เพียงแต่เราเฝ้ามองตัวเราเอง เฝ้ามองชีวิต

 

เฝ้ามองชีวิตเริงระบำ..

 


บ้านแท้ในใจ

posted on 05 May 2009 20:48 by glinfang  in Favourites

เดินเตาะแตะ

ขวานหา

กางปีก

โผบิน

 

 

เริงระบำไป

ในสายลม

เป็นปรกติ

 

 

เสียงกู่ร้อง

หวนคำนึง

ถึงบ้าน

~ O ~

 

 

 

สายลม

สายน้ำ

สัมพันธ์

 

 

เด็กน้อยในตอนเช้า

เกิดใหม่

 

ดอกกุหลาบ

คลี่บาน

ครั้งแล้วครั้งเล่า

...

 ~O~

 

 

การคลี่คลายของจิตใจ เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านการรู้สึกตัวของมนุษย์ ยามที่เสียงนกดังแซ่งแซ่ ยามที่ลมกระทบผิวกาย เป็นปรากฎการณ์เริ่มต้นแห่งการ ภาวนา  มันอาจคือการกลับคืนสู่ ความ "สามัญ" ธรรมดา กลับคืนสู่บ้านอันที่ไม่มีรูปร่างหากเป็นบ้านในก้นบึ้งของหัวใจแต่ละคน ไม่มีผู้ใดจะสัมผัสได้นอกจากตัวเรา อาจแค่ลองหยุดเดิน แล้วสัมผัสถึงลมหายใจที่ยังมีอยู่ ไม่มีสิ่งใดวิเศษไปกว่าการขอบคุณตัวเองและโลกที่ดำรงอยู่ให้ได้เรียนรู้


edit @ 5 May 2009 21:03:02 by sweethay

ระ ทะ ทู อี

posted on 20 Jan 2009 22:25 by glinfang  in Favourites

 

ศิลปิน คือ ผู้ที่เปลือยหัวใจ ให้ว่างปล่าว 

 ล่อนจ่อน ไม่เหลืออะไร ...

 

ฉันก็แค่คนธรรมดา ชีวิตก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียซะหน่อย

 

 เมื่อวานฉันเพิ่งดูหนังการ์ตูนของ Pixar เรื่อง ระ -ทะ - ทู - อี่

พ่อครัวกัสโตว์บอกเจ้าหนูน้อยว่า Everyone can cook!

ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้

ฉันนึกไปถึง Everyone can love.

ไม่ว่าใคร ก็รักได้..

 

เธออาจลองผสมผสาน สิ่งใหม่

เพียงแค่คิดว่าจะเป็นไปได้  ชีวิตที่อร่อย กลมกล่อม นั้น

ควรค่าอย่างยิ่งต่อการ ละเมียด ลิ้มรสอย่างช้าๆ...

 

 

 ฉันเพิ่งจะมีเพื่อนอีกคน

 

ก่อนที่เราจะเริ่มคบหา หรือ ปฎิสัมพันธ์ กันไม่ว่าจะแบบเพื่อนหรือคนรู้ใจ

สิ่งแรกที่มอบให้แก่กัน คือ " ความจริง "

ฉันไม่มีอะไรจะให้เธอ  .. ฉันนึก

 ทุกครั้งที่รู้สึกว่าคนตรงหน้านั้นสำคัญ ฉันก็มักจะไม่ลังเลที่จะเผยความจริงให้เห็น

ฉันเพิ่งจะเล่าอดีตอันโง่เขลา ขมขื่นให้เพื่อนคนหนึ่งฟัง

ชีวิตมันก็แค่ธรรมดา ธรรมดา

มีขึ้นมีลง เหมือนน้ำลด 

 

จะเจ๋งไปไหนกัน

ดวงตะวันที่อบอุ่นยังมีลับขอบฟ้า

ความมืดมิดก็ย่างกรายเข้ามา

 

ฉันใดก็ฉันนั้น

 

ลืมตาขึ้นอีกที

เธอก็อาจ

 

เห็นแสงตะวันสาดส่อง อีกครั้งนึง